บทความ    

ยุคแห่งความจริงที่ขัดแย้ง

ยุคแห่งความจริงที่ขัดแย้ง
“เรามีตึกสูงเสียดฟ้ามากขึ้น แต่เราก็มีอารมณ์ร้อนมากขึ้น
เรามีถนนหลวงที่กว้างขวางมากขึ้น แต่มีมุมมองที่แคบเล็กลง
เราใช้จ่ายมาก แต่กลับได้ของน้อยลง
เราซื้อมาก แต่กลับมีความสุขกับมันน้อยลง
เรามีบ้านหลังใหญ่โตขึ้น แต่กลับมีครอบครัวที่เล็กลง
เรามีสิ่งอำนวยความสะดวกมากขึ้น เรากลับไม่มีเวลา
เรามีปริญญาหลายใบ แต่เรามีสามัญสำ นึกน้อยลง
เรามีความรู้สูงขึ้น แต่ตัดสินใจแย่ลง
เรามีผู้เชี่ยวชาญเพิ่มขึ้น แต่ก็มีปัญหามากขึ้นตามมา
เรามียารักษาโรคมากขึ้น แต่ความเจ็บป่วยก็ยังไม่ลดลง
เราครอบครองสิ่งของมากขึ้น แต่คุณค่าของสิ่งของนั้นกลับลดน้อยลง
เราพูดมาก รักน้อย และเกลียดบ่อยเกินไป
เราดิ้นรนเพื่อการกินอยู่ ไม่ใช่เพื่อการมีชีวิตอยู่
เราเพิ่มจำ นวนปีให้กับชีวิต แต่ก็บั่นทอนความหมายจากชีวิต
เราเดินทางไปถึงดวงจันทร์และกลับมา แต่กลับข้ามถนนไปพบเพื่อนบ้านใหม่ไม่ได้
เราได้สำรวจอวกาศภายนอก แต่ไม่รู้จักจิตใจภายใน
เราได้แยกอะตอม แต่ไม่ได้แยกความลำ เอียง
เรามีรายได้สูงขึ้น แต่คุณธรรมกลับต่ำลง
เรามีปริมาณมากขึ้น แต่มีคุณภาพต่ำลง
เรามีเวลาว่างมากขึ้น แต่พักน้อยลง
นี่เป็นยุคของการมีรายได้สองทาง แต่การหย่าร้างกลับมากขึ้น
เป็นยุคของคนที่มีบ้านหรูหรา แต่ปราศจากชีวิตชีวา
นี่เป็นความคิดความรู้สึกของฉันเกี่ยวกับยุคสมัยในปัจุบันนี้ ” : จีนนี โคห์ (Jeannie Koh)

แปลโดย ดร.เพ็ชรรัตน์ จันทร์แสนวิไล (จากวารสารวิชาการโรงเรียนคริสต์ศาสนศาสตร์แบ๊บติสต์)
ผมเชื่อว่าบทความของ จีนนี โคห์ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในยุคนี้ และเราคริสเตียนเอง ก็กำลังอยู่ในยุคที่ขัดแย้งนี้ ที่เน้นสิ่งที่ตามองเห็น สิ่งที่สัมผัสได้ ทุกอย่างสะดวกขึ้น สบายขึ้น เร็วขึ้น ควบคุมได้มากขึ้น แต่เรากลับสูญเสียบางสิ่งไปโดยไม่รู้ตัว นั่นคือ “ความเชื่อ” ที่ยกให้พระเยซูคริสต์เป็นที่หนึ่งในทุกๆด้านของชีวิต
อนุชนคริสเตียนที่เป็นอนาคตของคริสตจักรของพระเจ้า ก็กำลังใช้ชีวิตอยู่ในยุคที่เน้น สิ่งที่ตา
มองเห็น สิ่งที่สัมผัสได้ ทุกอย่างสะดวกขึ้น สบายขึ้น เร็วขึ้น และต้องทำ ทุกอย่างที่รับประกันความมั่นคงของชีวิตในอนาคต ไม่ใช่ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งผิดแต่สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่อันดับแรกที่เราควรให้ความสำคัญ โรม บทที่ 1:17 บอกไว้ว่า “เพราะว่าในข่าวประเสริฐนั้น ความชอบธรรมของพระเจ้าก็ได้สำแดงออก โดยเริ่มต้นก็ความเชื่อ สุดท้ายก็ความเชื่อ ตามที่พระคัมภีร์มีเขียนไว้ว่า คนชอบธรรมจะมีชีวิตดำรงอยู่โดยความเชื่อ” เราเองทุกๆคนที่เป็นผู้ใหญ่เราจะร่วมมือกันอย่างไร ที่จะสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของชีวิตให้แก่อนุชน นั่นก็คือความเชื่อและความสัมพันธ์ที่มีต่อองค์พระเยซูคริสต์ งานสร้างพื้นฐานชีวิตให้แก่อนุชนที่เป็นอนาคตของคริสตจักร เป็นของทุกฝ่ายที่ต้องร่วมมือกัน ทั้งคริสตจักร และสถาบันครอบครัว ซึ่งสิ่งแรกที่เราจะทำได้อาจจะเป็นเราเอง และคริสตจักรที่ต้องกลับมาฟื้นความสัมพันธ์กับองค์พระเยซูคริสต์ใหม่ก็เป็นได้
นิธิวิชญ์ ลิ้มดำรงค์ชิต(ศบ.ฝ่ายอนุชน คจ.ไมตรีจิต)

posted @ Saturday, August 11, 2012 9:35 PM by admin

Previous Page | Next Page

COMMENTS

Name (required)

Email (required)

Website



Copyright 2012 by THE MAITRICHIT CHINESE BAPTIST CHURCH   |  Login | Register